เพราะทุกบทเพลงมีเรื่องราว…. ดนตรีในสวน (นายพล)
Every Song Tells a Story…. MacArthur Park
เพราะทุกบทเพลงมีเรื่องราว…. ดนตรีในสวน (นายพล)
Westlake Park อยู่ใจกลางลอสแองเจลิส มีทั้งพื้นที่เขียวชอุ่มและหนองน้ำใหญ่ ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น MacArthur Park เพื่อเป็นเกียรติแก่ พลเอกดักลาส แมคอาร์เธอร์ ผู้บัญชาการรบระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองและสงครามเกาหลี ปัจจุบันล้อมรอบด้วยศูนย์กีฬา สนามฟุตบอล ตึกสูง (คล้ายกับสวนลุมพินีฯทุกวันนี้) ปี 1967 Jimmy Webb หนุ่มน้อยชาวโอคลาโฮม่าที่มาปักหลักสานฝันนักแต่งเพลงที่แอลเอ จะเดินผ่านสวน MacArthur Park ทุกวันทำงาน เพื่อไปทานข้าวเที่ยงกับแฟนสาว Susie Horton เพราะที่ทำงานของทั้งคู่ตั้งอยู่ระหว่างสวนแห่งนี้ ความสัมพันธ์ที่มีทั้งสุขและเศร้าในตอนจบเมื่อเลิกรากัน ด้วยวิญญาณนักแต่งเพลงของ Jimmy Webb ได้นำเอาบรรยากาศของสวน MacArthur Park มีทั้งผู้คน สภาพอากาศ ขยะที่ทิ้งเรี่ยราด มาเล่าเรื่องความรักของตนกับแฟนสาวออกมาเป็นเพลงและตั้งชื่อว่า MacArthur Park ….
Jimmy Webb ที่ผมรู้จักครั้งแรกคือเพลง Up Up And Away ขับร้องโดยวง The 5th Dimensions ปี 1967 ที่ต่อมากลายเป็นโฆษณาของสายการบิน Pan Am ที่เห็นในหนัง Catch Me If You Can ในวัย 21 ปี Jimmy Webb เขียนเพลงที่ประสบความสำเร็จหลายเพลงจนได้รับการขนานนามเป็นอัจฉริยะรุ่นใหม่ในตอนนั้น ประกอบด้วยเพลง By The Time I Get To Phoenix; Wichita Lineman; Worst That Could Happen; Galveston; All I Know และ MacArthur Park….
ในวันนั้น ค่ายเพลงและสถานีวิทยุตกลงกัน ว่าเพลงที่ตัดออกมาเป็นซิงเกิ้ลจะเปิดในรายการเพลงป๊อป ควร(ต้อง)มีความยาวประมาณสามนาทีเท่านั้น เพลง MacArthur Park ของ Jimmy Webb มีความยาวกว่าเจ็ดนาที ด้วยเนื้อเพลงที่บรรยายเรื่องราวละเอียดยาวเกินกว่าคนแต่งจะทำใจตัดทอนให้สั้นลงได้ Jimmy Webb เคยนำเสนอเพลงนี้ให้กับวง The Association ตอนนั้นมีเพลงฮิตอย่าง Windy; Cherish; Never My Love ถูกปฎิเสธเพราะความยาวและเนื้อหาไม่ตรงปกกับวง The Association เก็บไว้บนหิ้งจนกระทั่ง Richard Harris นักแสดงไอริชที่อยากทำอัลบั้มเพลงตามฝันของตัวเอง ติดต่อ Jimmy Webb ช่วยรับงานนี้ สุมหัวหารือก็ไม่ได้เพลงที่ต้องการ สุดท้าย Jimmy Webb ควักเอาเพลงที่ไม่มีใครอยากได้ออกมา และกลับกลายเป็น Richard Harris ชี้นิ้วว่านี่คือเพลงที่ใช่…
Richard Harris เริ่มจากนักแสดงละครเวที มีงานหนังในยุค 60s ส่วนใหญ่เป็นหนังแอคชั่น ป้อมปืนนาวาโรน, ยอดคนแดนเถื่อน, การ์ดิเอเตอร์ และสุดท้ายรับบทอาจารย์ใหญ่ดัมเบิลดอร์ (ที่รับบทนี้เพราะหลานที่บ้านอยากเห็นคุณปู่แสดงในแฮรี่พอตเตอร์) มีหนังเรื่องหนึ่งที่สร้างจากละคร Camelot เรื่องราวรักสามเส้าของคิงอาร์เธอร์ (Richard Harris) พระนางเกวเนเวียร์ (Vanessa Redgrave) อัศวินแลนเซล็อต (Franco Nero) ปี 1967 ถ้าจำไม่ผิดบ้านเราฉายที่ศาลาเฉลิมไทย จากคาแรคเตอร์คิงอาร์เธอร์อาจจุดประกายให้ Richard Harris อินกับเพลง MacArthur Park (ก็เป็นได้ ไม่มีการยืนยัน) เพลง MacArthur Park ถูกตัดเป็นซิงเกิ้ลโดยที่ความยาวกว่าเจ็ดนาทีไม่มีการตัดทอน และสถานีวิทยุอนุญาตให้เปิด สามารถขึ้นถึงอันดับที่สองของบิลบอร์ด อันดับหนึ่งตอนนั้นคือเพลง This Guy’s in Love with You ของ Herb Alpert…
ด้วยความนิยมของ MacArthur Park ทำให้มีนักร้องนำไปบันทึกเสียงใหม่ในหลายแนว แต่ฉบับที่ได้รับความนิยมสูงสุดตลอดกาล เป็นฉบับดิสโก้ของ Donna Summer กับ Giorgio Moroder มาถึงทุกวันนี้ อาทิตย์นี้อาจารย์แพท แสงธรรมจะมาถอดความคำต่อคำ บรรทัดต่อบรรทัดของเพลง MacArthur Park และมีเพลงอื่นๆที่มีสวนเป็นฉากหลังหลายเพลงมานำเสนอ ติดตามใน Every Songs Tells a Story เที่ยงวันอาทิตย์นี้ที่ Bangkok Radio 1 คลิป Donna Summer ร้องสดใน VH1 Presents Live & More Encore! 1999 สุดครับ…เป็นเลิศ หทัยเฑียร-




