Every Song Tells a Story ep.20…I’m in The Mood for Love
เพราะทุกบทเพลงมีเรื่องราว… ภวังค์รัก
Jimmy McHugh กับ Dorothy Field ร่วมกันแต่งเพลง I’m in the Mood for Love ปี 1935 ให้กับภาพยนตร์เรื่อง Every Night at Eight ขับร้องโดย Frances Langford ซึ่งร่วมแสดงด้วย เป็นเรื่องราวของสามสาวที่ดิ้นรนตั้งวงประสานเสียงพบอุปสรรคมากมาย ท้ายสุดแม้จะประสบความสำเร็จ แต่ก็พบว่านั่นไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง I’m in the Mood for Love กลายเป็นซิกเนเจอร์ของ Frances Langford ผู้ซึ่งทำงานร่วมกับ Bob Hope ในโครงการณ์กล่อมขวัญทหารอเมริกันที่ไปทำสงคราม และพบว่าเพลงนี้สะกดผู้เข้าชมได้ทุกโชว์…
ความไพเราะทั้งดนตรีและเนื้อร้องทำให้ I’m in the Mood for Love ทำให้ถูกนำไปบันทึกซ้ำทุกแนว Louis Armstrong; Erroll Garner; Billy Eckstine; Julie London ฯลฯ ในอารมณ์แจ๊ส และที่มาแปลกแต่ได้รับความนิยมมากฉบับ ska โดย Lord Tanamo ในปี 1965 ต่อมา Jamiroquai กับวงของ Jools Holland บันทึกซ้ำอยู่ในหนัง Valentine’s Day 2000 ปีเดียวกันหว่องกาไว (Wong Kar-wai) สร้างหนังดราม่าโรแมนติค นำแสดงโดย โทนี่ เหลียงเฉาเหว่ย กับ แม๊กกี้ จางมั่นอวี้ หนังชื่อ Secrets แต่บังเอิญได้ยินเพลง I’m in The Mood for Love ระหว่างทำโพสต์โปรดักชั่น ชอบมากเลยใช้ชื่อเพลงนี้เป็นชื่อหนังเรื่องดังกล่าว…..
อุบัติเหตุในห้องบันทึกเสียงโดยไม่ได้ตั้งใจที่ประเทศสวีเดน James Moody มือแซคโซโฟนชาวอเมริกัน เดินทางไปแสดงที่นั่นและเข้าบันทึกเสียงเพลง I’m in The Mood for Love ร่วมกับนักดนตรีท้องถิ่น ปกติ James Moody จะใช้เทอเน่อร์แซคโซโฟน แต่ในเพลงนี้ ตั้งใจจะเป่าในสไตล์ของ Charlie Parker จึงเปลี่ยนมาใช้อัลโตแซคโซโฟนแทน พอมาถึงท่อนด้นสด (อิมโพรไวซ์) ความยาวแปดบาร์แจมกับเสียงเปียโนของ Thore Swanerud ชาวสวีดิช ไม่ได้ออกมาตามโน๊ตที่วางโครงกันไว้ แต่ก็กลายเป็นท่อนที่น่าฟังมากโดยไม่ได้ตั้งใจ ภายหลัง James Moody ได้บอกว่าเขาเพียงพยายามหาโน๊ตให้ลงตัวกับอัลโตแซคโซโฟนที่ไม่เขาไม่ถนัด ….
James Moody เองก็ชอบความคิดนี้จึงนำไปแสดงบนเวทีเสมอ มีอยู่ครั้งหนึ่งนักร้องนักแต่งเพลง Eddie Jefferson อยู่ในคลับและชอบท่อนด้นสดนี้มาก ถึงกับจินตนาการว่า เป็นการโต้ตอบระหว่างคนรักสองคน เสียงแซคโซโฟนแทนฝ่ายชายและเสียงเปียโนแทนฝ่ายหญิง Eddie Jefferson เมื่อแต่งเสร็จ ก็ใช้การร้องเนื้อเพลงตามตัวโน๊ตที่อิมโพรไวซ์ ซึ่งต่อมาวิธีการร้องแบบนี้บัญญัติเป็นการร้องแบบ vocalese นักร้องแจ๊สชื่อ King Pleasure ได้ไอเดียต่อยอดโดยจะมีนักร้องหญิงมาร้องในท่อนเปียโน และขออนุญาตใช้เพลงนี้จาก Eddie Jefferson ผู้ประพันธ์ นักร้องหญิงที่มาร่วมร้องกับ King Pleasure คือ Blossom Dearie เมื่อเพลงประสบความสำเร็จในยอดจำหน่าย และมีส่วนที่มาจาก I’m In The Mood For Love จึงถูกผู้ประพันธ์ Jimmy McHugh ฟ้องเรียกค่าลิขสิทธิ์และจบลงในศาลแบบแฮปปี้ ความพลิกผันของสองเพลงนี้ไม่ได้จบลงเพียงเท่านี้ จากหนึ่งเพลงกลายเป็นสองเพลง เมื่อมีนักร้องคิดได้ว่าไหนไหนก็คนละเพลงเดียวกันอยู่แล้ว ก็นำทั้งสองเพลงมาสมาส (medley) กันเสียเลย Sheena Easton ทำ อยู่ในอัลบั้ม No Strings 1993 ….
Mood ในบทเพลงสำหรับผมคือ ‘ภวังค์’ จะถูกนำไปแต่งเป็นบทเพลงมากมายทั้งไทยและเทศ อาจารย์แพท แสงธรรม เตรียมมาฝากคุณผู้ฟังหลายเพลง ติดตามได้ใน Every Song Tells a Story เอพลิโสตเที่ยงวันอาทิตย์นี้ที่ BangkokRadio1 (คลิป Jools Holland featruing Jamiroquai แนว ska คึกคัก ตามแบบฉบับ Lord Tanamo)




